บทที่ 3 ภรรยาทางนิตินัย 1

ร่างสูงของเจตน์หยุดชะงัก ทันทีที่เดินลงมาบริเวณล็อบบี้ของโรงแรมเนื่องจากพนักงานโทรฯ ตาม แล้วพบกับร่างของภรรยาสาว ‘ของเขา’ กำลังนั่งแอบอิงชายหนุ่มผมยาวรูปร่างสูงเพรียวคนหนึ่งอยู่ตรงโซฟารับแขก

ในขณะที่เพื่อนทั้งสองของเธอนั้น นั่งคอพับคอเอียงอยู่ตรงด้านข้างอย่างไม่สนใจใครเลย และดูจากท่าทางของทั้งสามคนแล้ว ไม่ต้องเดาก็รู้ได้ว่าคงไร้สติอันเนื่องมาจากการดื่มเกินเหตุ ซึ่งการที่เธอแจ้งกับเขาไว้ว่าจะออกไป ‘นั่งชิลล์’ กับเพื่อน ดื่มกันขวดสองขวดก็กลับ หากภาพที่เห็นมันเรียกว่าอยู่ในจุดที่มีสภาพเข้าขั้น ‘เละเทะ’ ต่างหาก

เจตน์หนักใจ ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคิดจินตนาการ ว่าคนที่เป็นแม่บ้านแม่เรือนเหลือเกินตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน จะเป็นเช่นนี้ได้

ซึ่งผิดที่เขาเองแหละ ที่คิดเองเออเอง เห็นว่าหลังจากที่หญิงสาวย้ายไปอยู่กับเขาที่ต่างจังหวัดและนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ได้พาเธอเข้าเมือง เธอคงอยากไปเจอเพื่อน ไปพูดคุยกันตามประสาผู้หญิง ไม่ได้ดื่มหนักถึงขั้นที่ผู้ชายอย่างเขายังอาย

เขาผิด เขาผิด เขาผิดเอง ชายหนุ่มต้องถอนหายใจและโทษตัวเองเข้าไว้ เผื่อว่ามันจะช่วยให้อารมณ์ที่แค่คลุกกรุ่นในตอนแรก ไม่ต้องระเบิดออกมาให้คนอื่นต้องเดือดร้อน

เมื่อภาพที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้า นอกจากกลุ่มคนที่เมายิ่งกว่าหมา ยังเป็นภาพที่ภรรยาสาวไม่รู้เรื่องรู้ราว แถมยังใกล้ชิดกับผู้ชายคนอื่นมากกว่าที่เคยชิดใกล้กับเขาซะด้วยมั้ง ... กับเขาเอง ได้มีโอกาสหอมแก้มและจับมือแค่ตอนเข้าพิธีแต่งงาน แต่ไอ้หมอนี่มันกลับได้ทำยิ่งกว่านั้น ขนาดอยู่ต่อหน้าเขาที่เป็นสามี มันก็แทบจะโอบกอดร่างกลมกลึงนั้นไว้

เขาผิดเอง เจตน์บอกกับตัวเองอีกหลายครั้ง แต่ทำไปก็เหมือนจะสูญเปล่า เพราะมันไม่สามารถดับอารมณ์ที่กำลังปะทุขึ้นได้เลย

“ผมลงมารับทับทิม” แม้โมโหอยู่ แต่เขาก็ต้องพยายามระงับอารมณ์เป็นอย่างมาก ร่างสูงจึงเดินเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้าคนกลุ่มนั้น ก่อนจะเอ่ยบอกจุดประสงค์ของตัวเองกับภีมพลไปโดยไม่หลบสายตา

ซึ่งพอสิ้นเสียงของเขา ร่างบางของอัญมณีก็ไหวติงเล็กน้อย เธอปรือเปลือกตาที่หนักอึ้งของตัวเองขึ้นมา และทันทีที่ได้เห็นว่าคนตรงหน้าเป็นสามีหน้ายักษ์ของเธอ หญิงสาวก็หลับตาลงอีกครั้ง ไม่อยากเห็นหน้า ไม่อยากสบตา ไม่อยากรู้ว่าภายในสายตาของเขาไม่มีเศษเสี้ยวใดที่มีเธออยู่เลย

“ไอ้ทับทิม ตื่นสิโว้ย ผัวแกลงมารับแล้ว”

ต่างจากเพื่อนสองคนที่อยู่ข้างๆ นัก ที่เด้งตัวลุกขึ้นทันทีที่เจตน์เดินเข้ามาถึง เงาสูงใหญ่ของเขาก็บดบังแสงไฟ น่ากลัวเหลือเกินในความคิด จนสองคนที่เมื่อกี้เมาอยู่แทบตาย เกือบจะสร่างเมาได้ในบัดดล

เอื้องทรายส่งยิ้มแหยๆ ให้เขา ไม่กล้าแม้แต่จะยกมือไหว้ทักทาย เธอได้แต่เบียดตัวเข้าใกล้พันนิตา ประหนึ่งเหมือนว่าเพื่อนทอมบอยที่นั่งหน้าซีดอยู่ข้างๆ จะเป็นเกาะป้องกันให้เธอได้

“ทับทิม ขึ้นห้องเถอะ” กูไหว้ล่ะ ... คือสิ่งที่เอื้องทรายอยากต่อท้ายประโยคอ้อนวอนของตัวเอง

“ไม่ขึ้น ขึ้นไม่ไหวหรอก ขอนอนต่อตรงนี้อีกนิดนะ” อัญมณีตอบกลับมาทั้งที่หลับตา ไม่ได้สนใจเลยว่าตอนนี้ใครกำลังยืนค้ำหัวเธออยู่ ด้วยอารมณ์และสีหน้าที่คนอื่นมองแล้วขนลุกเกรียว

“โอ๊ยย ไอ้เพื่อนโง่ ขึ้นไปนอนบนห้องสิทับทิ้มมมม พี่เขาลงมารับแล้ว”

“หื้ยย อย่ามายุ่งได้ไหม”

หญิงสาวยังคงปฏิเสธ ก่อนจะเบียดตัวเข้าหาร่างอุ่นของภีมพล จนเพื่อนทั้งสองที่มองอยู่อดทนไม่ได้ ฝืนสังขารพยุงร่างโอนเอนของตัวเองเข้าไป ก่อนจะพยายามกระชากตัวของอัญมณีขึ้นมา

แม้เมาจนถึงขั้นต้องขอให้เจ้าของร้านพามาส่ง แต่พวกเธอก็ยังไม่อยากตายอยู่ตรงนี้หรอกนะ เพราะดูจากรังสีอำมหิตของผัวเพื่อนที่แผ่ออกมาแล้ว แม้แต่ประกันชีวิตชั้นหนึ่งยังไม่รับเคลม

“ไม่ยุ่งไม่ได้ ขึ้นไปเถอะ พวกฉันจะกลับแล้ว” เอื้องทรายพูดเสียงสั่น ขาก็เริ่มสั่นไปด้วยเมื่อได้มีโอกาสสบตากับเจตน์ แล้วรับรู้ว่าเขาไม่พอใจอย่างยิ่ง

“โว้ยย ลุกขึ้นสิไอ้ทับทิม” พันนิตาก็เร่งตาม นี่ถ้าไม่เกรงใจว่าเป็นเพื่อนสนิท ป่านนี้เธอคงลากคอเอื้องทรายเผ่นแนบไปแล้ว

แต่อัญมณีก็ยังไม่ยอมลุก จึงเกิดเป็นภาพกีฬามันๆ คนเมาทั้งสามคนนัวเนียกัน จิกหัว กระชากตัว โซซัดโซเซเป็นที่เวทนาแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก

“เดี๋ยวผมจัดการเอง” ท้ายที่สุดเจตน์จึงพูดขึ้น เมื่อทนมองสภาพของทั้งสามคนไม่ได้ “ขอบคุณ”

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ก้มลงไป ก่อนจะช้อนตัวของคนดื้อดึงเอาไว้ ระหว่างนั้นก็ไม่ละสายตาจากเด็กหนุ่มที่มองมาเพื่อสื่อความหมายบางอย่าง ออกแรงยกขึ้นทีเดียวร่างกลมกลึงก็หลุดติดมือมา ตอนนี้แหละที่เจตน์ได้รู้ว่าในแววตาของคนที่นั่งนิ่ง ไม่ไหวติงเมื่อสักครู่ กำลังเต้นเร่าด้วยความไม่พอใจ

และเพียงชั่วแวบ เขาก็รู้สึกได้ ว่าไอ้เด็กนี่คิดอะไรกับเมียเขาแน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

“งั้นพวกเราขอลาเลยนะคะ” เมื่อเห็นว่าเพื่อนตัวปัญหา อยู่ในเงื้อมมือของสามีมันเรียบร้อยแล้ว พันนิตาจึงพูดขึ้นอย่างอ่อนหวาน ขัดกับบุคลิกและการแต่งตัวของตัวเองไปคนละขั้ว ไม่ลืมที่จะมื้อไม้อ่อน แทบก้มกราบชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า ดีที่ว่าเอื้องทรายห้ามไว้เธอจึงทำได้แค่เพียงยกมือไหว้เขาเท่านั้น

เจตน์ก็ทำเพียงแค่พยักหน้ารับ เนื่องจากไม่สะดวกรับไหว้ ก่อนที่จะเดินจากคนทั้งหมดออกมา โดยมาดหมายในใจว่าคืนนี้เขาจะต้องจัดการกับคนในอ้อมกอดนี้ ทำให้ทุกอย่างในชีวิตแต่งงานของตัวเองชัดเจนขึ้นสักที หลังจากที่ปล่อยให้มันคาราคาซัง ปล่อยให้เธอยังรู้สึกว่าตัวเองยังเป็นสาวเป็นนาง ยังสามารถเริงร่ากับชีวิตได้เหมือนที่ผ่านมา

ซึ่งทุกอย่างต่อจากนี้ ... มันจะต้องเป็นไปอย่างที่เขาต้องการ

โดยที่อัญมณีไม่ต้องคิดมากเรื่องอะไรอีก เพราะเธอมีหน้าที่ทำตามอย่างเดียวก็พอ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป